ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ฉลองความสำเร็จยิ่งใหญ่
ทะลุเป้า 300 ล้านตามคาด มั่นใจภาค 2 แรงยิ่งกว่า สายหนังชื่นชมจังหวะฉายเหมาะกับสถานการณ์บ้านเมือง ช่วยกระตุ้นตลาดหนังไทยให้คึกคัก โดยเฉพาะหลังเหตุบึ้มใน กทม. ทำโรงหนังซบเซา ด้าน เอส เอฟ ฟันธงเป็นหนังไตรภาคของไทยเรื่องแรกที่จะทำเงินเกินพันล้าน

ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาพยนตร์แห่งอิสรภาพจากผลงานการกำกับของ ท่านมุ้ย ม.จ. ชาตรีเฉลิม ยุคล ฉลองความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ด้วยยอดรายได้ 300 ล้านบาทตามความคาดหมาย และกระตุ้นตลาดภาพยนตร์ไทย ให้คึกคักตั้งแต่ต้นปี ทั้งยังมีกระแสตอบรับทั่วประเทศที่ยังคงแรงต่อเนื่อง โดยทางบริษัท โกดัก (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท พร้อมมิตรโปรดักชั่น จำกัด ได้จัดเลี้ยงฉลองความสำเร็จพร้อมทั้งขอบคุณ ผู้ให้การสนับสนุนการดำเนินงานที่โรงแรมเพนนินซูล่า โดยมีผู้เกี่ยวข้องในวงการภาพยนตร์ ผู้จัดจำหน่ายทั่วประเทศ นักแสดง และทีมงานมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก

คุณกฤษณัน งามผาติพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ซึ่งมีโรงภาพยนตร์ในเครือทั้งเมเจอร์และอีจีวีราว 300 แห่งทั่วประเทศ ให้ความเห็นว่า การที่ท่านมุ้ยสร้างเป็นภาพยนตร์ไตรภาคเรื่องแรกของไทย ทำให้หนังเรื่องนี้มีความน่าสนใจมาก สำหรับภาคแรกก็สนุก ตื่นเต้น มี action ชวนให้ติดตาม โดยไม่ออกแนวสารคดี ในส่วนของ production ก็มีคุณภาพ ทำให้มีการตอบรับที่ดีมาก หลายๆ คนที่ตามปกติไม่ค่อยดูหนังก็ออกมาดูกัน ส่วนกลุ่มนักเรียน นิสิต นักศึกษา ก็มีการจองแบบเหมารอบเกือบทุกวัน และสำหรับโรงภาพยนตร์เปิดใหม่อย่างที่พารากอนและเอสพลานาดก็มีผู้ชมมากเกินคาด โดยภาพรวมจึงพูดได้ว่าเป็นหนังที่ดีและน่าสนใจมากเลยครับ

ด้าน คุณสุวัฒน์ ทองร่มโพธิ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอส เอฟ ซีเนม่า ซิตี้ จำกัด กล่าวว่า ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เป็นหนังเรื่องแรกของปีนี้ที่สามารถทำให้คนจำนวนมากออกจากบ้านเพื่อมาดูหนัง และสร้างความคึกคักให้กับโรงภาพยนตร์อีกครั้งตั้งแต่วันแรกที่เข้าฉาย จากบรรยากาศที่เคยเงียบเหงาหลังเกิดเหตุการณ์วันที่ 31 ธันวาคม 2549 ทั้งยังมีความโดดเด่นที่สามารถทำรายได้ในสัปดาห์ที่ 2 ได้ใกล้เคียงกับสัปดาห์แรก ซึ่งตามปกติแล้วหนังทั่วไปรายได้จะลดลง 30 70% อันเป็นเรื่องที่น่ายินดี ส่วนใหญ่เมื่อมาดูแล้วก็ไปพูดคุย กันปากต่อปากจึงมีผู้ชมต่อเนื่อง ในส่วนของการทำหนังภาคแรกซึ่งเป็นช่วงวัยเด็ก ที่โดยทั่วไปค่อนข้างทำยาก แต่เรื่องนี้สามารถตรึงคนดูให้อยู่กับเก้าอี้ได้เกือบ 3 ชั่วโมงด้วยความสนุกและชวนให้ติดตามตลอด ก็เป็นอีกด้านหนึ่งที่น่าชื่นชม โดยเรื่องนี้น่าจะได้รับการจารึกเป็นประวัติศาสตร์ว่า เป็นภาพยนตร์ไตรภาคเรื่องแรกของคนไทย ที่ทำรายได้เกิน 1,000 ล้านอย่างแน่นอน และอยากให้ท่านมุ้ยทำหนัง อย่างต่อเนื่องให้คนไทยได้ดูปีละเรื่องครับ

สำหรับความคิดเห็นจากสายหนังต่างจังหวัดนั้น คุณธนพล ธนารุ่งโรจน์ บริษัท ธนาซีนีเพล็กซ์ จำกัด ผู้จัดจำหน่ายภาพยนตร์ในภาคเหนือ 23 จังหวัด และภาคกลาง 8 จังหวัด ซึ่งมีโรงภาพยนตร์กว่า 60 โรง ในกว่า 40 จุดฉาย กล่าวว่า การตอบรับของผู้ชมดีมาก คนชอบกันมากเพราะหนังสนุก แม้จะยาวกว่าเรื่องอื่นๆ แต่คนดูรู้สึกว่าแป๊บเดียว เพลิดเพลินดี ส่วนใหญ่รอชมภาค 2 กันทั้งนั้น ซึ่งคิดว่าจะทำเงินได้ดีกว่าภาคแรกแน่นอน และถึงภาค 2 เข้า ภาคแรกเราก็จะยังฉายอยู่เพราะมีหลายคนที่รอดูพร้อมๆ กันทั้ง 2 ภาค ที่ผ่านมามีการเหมารอบและจองกันเยอะมาก จนตอนหลังไม่รับจองแล้วเพราะสงสารคนที่มาไกลๆ จากต่างอำเภอ ต่างจังหวัดแล้วไม่ได้ดู หนังเรื่องนี้ทำให้คนรักชาติ ภูมิใจในความเป็นไทย และคิดว่าจะช่วยกระตุ้นตลาดหนังไทย ทำให้คนสนใจดูหนังไทยเรื่องอื่นๆ มากขึ้นด้วยครับ
ในขณะที่ คุณคมกฤช พิพัฒน์ภานุกูล ผู้จัดการฝ่ายขายและการตลาด บริษัท มูฟวี่ พาร์ท-เนอร์ จำกัด ผู้จัดจำหน่ายภาพยนตร์ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 19 จังหวัด ที่มีโรงภาพยนตร์กว่า 50 โรง ในราว 35 จุดฉาย กล่าวด้วยความชื่นชมว่า เป็นหนังที่ได้รับคำชมจากทุกหน่วยงานทุกภาคส่วน จากผู้ชมทุกเพศทุกวัย และเฝ้ารอติดตามภาค 2 ภาค 3 กันมาก ซึ่งจะทำให้แรงกว่าภาคแรกแน่นอน สามารถปลุกกระแสความรักความสามัคคีของคนในชาติได้อย่างเหมาะสม ในขณะที่บ้านเมืองกำลังมีปัญหาได้เป็นอย่างดี เป็นหนังคุณภาพที่ทำให้คนอยากดู และทำรายได้ดีมากครับ




สำหรับภาคใต้ซึ่งตามปกติมียอดรายได้รวมอยู่ในอันดับ 3 รองจากภาคเหนือและภาคอีสาน แต่เรื่องนี้กลับสร้างสถิติใหม่ทำรายได้แซงขึ้นมาเท่ากับอีสานนั้น คุณคมน์ อรรฆเดช ประธานบริษัท โคลีเซี่ยมฟิล์ม จำกัด ผู้จัดจำหน่ายใน 14 จังหวัดภาคใต้ ชี้แจงว่า การที่กระแสตอบรับจากทางใต้ดีมากเป็นประวัติการณ์ ขนาดนี้ มีองค์ประกอบที่สำคัญ 3 ประการ คือ 1. คุณภาพของหนังที่ดีมากในทุกๆ ด้าน ทั้งการกำกับ การถ่ายทำ นักแสดง ฉาก และอื่นๆ ทั้งหมด ซึ่งเราเชื่อมั่นได้ในผลงานของท่านมุ้ยและทีมงาน 2. จังหวะเวลาที่เข้าฉายเหมาะสมกับเหตุการณ์บ้านเมืองในปัจจุบัน ที่เรากำลังต้องการปลุกกระแสความรักชาติสมานฉันท์ และเรื่องนี้ก็เป็นที่สนใจของผู้ชมอยู่แล้ว รอคอยกันมานาน เมื่อคนมาดูแล้วก็กลับไปพูดกันปากต่อปาก โดยเฉพาะคนใต้ชอบหนังแนว action ด้วย และ 3. คือการทำโฆษณาที่เราลงทุนเต็มที่ในทุกรูปแบบเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายทุกพื้นที่ ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่กระตุ้นความสนใจได้ดี บางจังหวัดที่ไม่มีโรงหนังอย่างสตูล นราธิวาส ก็เดินทางไปดูในจังหวัดใกล้เคียงกันเยอะมาก ประกอบกับปัจจุบันทางใต้ก็มีระบบ ที่ทันสมัยมากขึ้น ทั้งมัลติเพล็กซ์และ ซีนีเพล็กซ์ต่างๆ ทำให้คนสนใจดูหนังมากขึ้นด้วยครับ
ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค 2 ประกาศอิสรภาพ พร้อมปักธงรบประกาศชัยทั่วประเทศ 15 ก.พ. นี้
< BACK
|